พระปรางค์สามยอด สันนิษฐานว่า คงจะสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ ในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวระหว่าง พ.ศ. 1700 - 1750 เมื่อครั้งสมเด็ยพระนารายณ์มหาราช ได้ทรงสถาปนาเมืองลพบุรี ีเป็นราชธานีสำรอง โปรดฯ ให้ซ่อมพระปรางค์สามยอด และสร้างพระวิหารขึ้นตรงด้านตะวันตกของปรางค์องค์กลาง แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปศิลาองค์ใหญ่มาเป็นพระประธาน และยังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน
ด้านในองค์พระปรางค์ทั้งสามยอด เดิมได้โบกปูนไว้อย่างประณีต
เหมือนด้านนอก ปัจจุบันปูนได้กระเทาะออกเกือบหมดแล้ว ภายในองค์ปรางค์
สมเด็จพระนารายณ์ โปรดฯ
ให้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่มาประดิษฐานไว้ทุกองค์
ปัจจุบันเหลือแต่รอยฐานที่ก่อขึ้นสำหรับไว้พระเท่านั้น
พ.ศ. 2469 ราชบัณฑิตยสภา ได้ทำการบูรณะใหม่ และปัจจุบันพระปรางค์สามยอด ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
ปรางค์สามยอด
เป็นสัญลักษณ์ของเมืองลพบุรี ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่ามาหลายร้อยปีแล้ว
บนเนินดินด้านตะวันตกของทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬ ลักษณะเป็นปรางค์
เรียงต่อกันสามองค์ มีทางเดินเชื่อมต่อกันโดยตลอด เป็นศิลปะแบบบายน
ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 รูปทรงของปรางค์ มีลักษณะป้อม ๆ
มีผู้เปรียบว่า ปรางค์สามยอด มีลักษณะเหมือนงาช้างแรกงอกหรือหัวปลีหงาย
สร้างด้วยศิลาแลง หินทรายรอบ ๆ
องค์พระปรางค์มีลวดลา่ยปูนปั้นที่ประณีตงดงามมาก คือ
ลวดลายที่อยู่ตอนบนเป็นลายละเอียดนูนและลึกมาก เข้าใจว่าเป็นฝีมือดั้งเดิม
ส่วนตอนล่างเป็นลายบาง ๆ ไม่นูนและลึกนัก เข้าใจว่าเป็นการซ่อมเสริม
สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตรงซุ้มประตูเดิมมีทับหลัง
แต่ที่เหลือในปัจจุบัน
คือเสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤๅษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้ว
ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของเสาประดับกรอบประตู ศิลปะเขมรแบบบายน
ปรางค์องค์กลางสันนิษฐาน แต่เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์
อวโลกิเตศวร องค์ซ้ายประดิษฐานรูปนางปรัชญาปารมิตาหรือนางปัญญาบารมี
ชายาของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
มูลเหตุที่สร้างปรางค์สามยอดขึ้นมา มีผู้ให็ความเป็นแตกต่างกัน
บ้างก็เห็นว่า เป็นศิลปะสถาปัตย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถาน
สำหรับกระทำพิธีกรรม
บ้างก็ว่าน่าจะใช้เป็นเทวสถานสำหรับทำพิธีกรรมในศาสนาฮินดู อย่างไรก็ตาม
ในสมัยสมเด็ยพระนารายณ์มหาราช ได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอด
เป็นวัดในพระพุทธศาสนา
แล้วสร้างวิหารเพิ่มเติมทางทิศตะวันออกขององค์พระปรางค์
วิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่ปางสมาธิ
ซึ่งมีพุทธลักษณะสง่างาม
No comments:
Post a Comment